บทที่ 27 อิสลามสนับสนุนการทํางาน

อิสลามเป็นศาสนาที่สนับสนุนการประกอบอาชีพและการทํามาหากินอย่างสุจริต การทํางานเพื่อหาเลี้ยงชีพเช่นนี้ อิสลามถือว่าเป็นสิ่งที่มีเกียรติ เพราะเป็นการเลี่ยงจากการขอท่านผู้อื่นซึ่งทําให้ตัวเองดูต่ำต้อย

มีหะดีษจากท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่ได้กล่าวสนับสนุนการทํางานไว้มีความว่า “ผู้ใดผู้หนึ่งจะไม่รับประทานอาหารใดๆที่ประเสริฐไปกว่าสิ่งที่เขาได้หามาด้วยการทํางานจากน้ำมือของตัวเอง” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย์)

การทํางานหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองแม้เพียงด้วยงานเล็กๆ ที่อาจจะดูไม่มีเกียรติใดๆ ทางสังคมเลย แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งประเสริฐในอิสลามดีกว่าการขอจากผู้อื่นโดยไม่ยอมทํางาน ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีความว่า “การที่พวกท่านผู้ใดผู้หนึ่งหาฟืนแล้วแบกบนหลังเอาไปขายนั้น ย่อมดีกว่าการเที่ยวขอจากผู้อื่น ซึ่งเขาอาจจะให้หรือไม่ให้” (รายงานโดย อัล-บุคอรีย์)

หะดีษข้างต้นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามุสลิมไม่ควรมีนิสัยขี้เกียจทํางาน หรืองอมืองอเท้าไม่ยอมทําอะไรเป็นการเป็นงาน เพราะนั่นเป็นนิสัยของความไม่เจริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเที่ยวขอทานจากผู้อื่นยิ่งเป็นสิ่งที่อิสลามไม่สนับสนุน

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีความว่า“เศาะดะเกาะฮฺนั้นไม่เหมาะสําหรับคนรวย คนที่สมบูรณ์พร้อมทางด้านร่างกาย หรือคนที่แข็งแรงและสามารถทํางานได้” (รายงานโดย อัด- ดาเราะกุฏนีย์)

อิสลามสนับสนุนให้ทํางานเพื่อจะได้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและสามารถแบ่งปันให้กับผู้อื่นด้วย ผู้ที่ให้นั้นย่อมต้องดีกว่าผู้ที่รับ เช่นที่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้มีความว่า “มือข้างบน(ผู้ให้) ดีกว่ามือล่าง(ผู้รับ)”(รายงานโดย อัล-บุคอรีย์)

ดังนั้นเราจึงพบว่าบรรพบุรุษอิสลามสมัยก่อนทั้งบรรดานบีทั้งหลายก็เป็นคนที่ทํางาน เช่นนบีมูซาเคยรับจ้างทํางานเลี้ยงแพะ นบีดาวูดก็ทํางานและหาเลี้ยงชีพจากน้ํามือของตน “ท่านนบีดาวูดไม่เคยกินอาหารใดเว้นแต่ที่ได้มาจากการทํางานด้วยน้ํามือของตน” (รายงานโดยอัล-บุคอรีย์)

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เองก็เคยทํางานเช่นกัน สมัยที่ยังเป็นเด็กท่านเคยรับจ้างเลี้ยงแพะและเมื่อเป็นหนุ่มท่านเคยทํางานเป็นพ่อค้า และเคยเดินทางค้าขายถึงเมืองซีเรีย

เศาะหาบะฮฺของท่านก็มีอาชีพต่างๆ หลากหลาย เช่น ท่านอบูบักรฺ นั้นเป็นช่างฝีมือและเป็นพ้อค้า ท่านอุมัรฺ เป็นชาวสวน ท่านอุษมานเป็นพ่อค้า บางท่านนั้นมีทรัพย์สินมากมายจากการค้าขาย ทุกคนล้วนขยันขันแข็งในการทํางาน ในขณะที่ไม่เคยละทิ้งภารกิจอื่นๆ ทางศาสนาเลยแม้แต่น้อยแบบอย่างต่างๆ เหล่านี้สามารถที่จะเป็นแนวทางที่ดีสําหรับคนรุ่นหลัง เพราะอิสลามเป็นศาสนาที่เอาใจใส่ในทุกๆ เรื่องของมนุษย์ ซึ่งรวมทั้งการทํางานหาเลี้ยงชีพด้วย เห็นได้ชัดจากการที่อิสลามสนับสนุนให้ทํางาน และกําหนดจริยธรรมในการทํางาน เช่น ต้องซื่อสัตย์เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ยักยอกคดโกง เป็นต้น

 

ข้อคิดที่ได้รับจากบทเรียน

1. การทํางานอย่างสุจริตเพื่อหาเลี้ยงชีพเป็นสิ่งที่อิสลามสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

2.การทํางานไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม ถ้าหากเป็นอาชีพที่สุจริตแล้ว ล้วนเป็นสิ่งที่มีเกียรติถึงแม้จะดูต่ำต้อยในสายตาผู้อื่น

3. อิสลามไม่สนับสนุนให้ขอทานจากผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถจะทํางานได้

4. อิสลามต้องการให้มุสลิมเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ

5. การทํางานเป็นสิ่งที่บรรดานบีและคนรุ่นก่อนได้ทําไว้เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลังได้ทําตาม

 

คําถามหลังบทเรียน

1. ท่านคิดว่าการทํางานเพื่อหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองมีคุณค่าหรือไม่? อย่างไร?

2. ท่านคิดว่าจริยธรรมในการทํางานมีอะไรบ้าง? กรุณายกตัวอย่าง

 

แหล่งอ้างอิง : 30 บทเรียนเพื่อเข้าใจอิสลามเบื้องต้น (ทีมวิชาการ ห้องสมุดอิกเราะอ)

0 comments

  • Hello, guest
  • Logout
  • Login

    Or use one of these social networks