This domain has recently been listed in the marketplace. Please click here to inquire.

spamcheckr.com

บทสนทนาระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา

บทสนทนาระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา

ศาสตราจารย์: เธอเชื่อใน ‘พระเจ้า’ รึเปล่า?

นักศึกษา : แน่นอนครับ

ศาสตราจารย์ : พระเจ้าเป็นผู้ดีงามใช่หรือไม่?

นักศึกษา : แน่สิครับ

ศาสตราจารย์: พระเจ้าทรงอำนาจที่สุดใช่มั้ย?

นักศึกษา : ครับ

ศาสตราจารย์: น้องชายของอาจารย์เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง ทั้งที่เขาวิงวอนขอให้พระเจ้าช่วยรักษาเขา มนุษย์เราล้วนพยายามช่วยเหลือผู้อื่นที่ป่วยไข้ แต่พระองค์ท่านกลับไม่ช่วยอะไร เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพระเจ้าจะเป็นผู้ดีงามได้อย่างไรล่ะ?

(นักศึกษาเงียบ…)

ศาสตราจารย์: ตอบไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ? งั้นเรามาเริ่มกันใหม่อีกครั้งนะพ่อหนุ่ม พระเจ้าเป็นผู้ดีงามใช่หรือไม่?

นักศึกษา : ใช่

ศาสตราจารย์: งั้น ‘ซาตาน’ เป็นผู้ดีงามใช่หรือไม่?

นักศึกษา : ไม่ใช่

ศาสตราจารย์: ซาตานมาจากไหนล่ะ?

นักศึกษา : จาก…. พระผู้เป็นเจ้า…

ศาสตราจารย์: ถูกต้อง ไหนตอบมาสิ ในโลกนี้มีความชั่วร้ายอยู่ใช่มั้ย?

นักศึกษา : ใช่

ศาสตราจารย์: ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็เต็มไปด้วยความชั่วร้ายใช่มั้ย? แล้วพระเจ้าก็เป็นผู้สร้างทุกอย่าง ถูกมั้ย?

นักศึกษา : ถูก

ศาสตราจารย์: งั้นใครคือผู้สร้างความชั่วร้ายขึ้นมา?

(นักศึกษาไม่ตอบอะไรออกมา…)

ศาสตราจารย์: ความป่วยไข้ ไร้มนุษยธรรม ความชิงชัง ความน่ารังเกียจ โลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่เลวร้ายเหล่านี้ใช่มั้ย?

นักศึกษา : ใช่ครับ

ศาสตราจารย์: งั้นใครสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา?

(นักศึกษาไม่มีคำตอบให้)

ศาสตราจารย์: ในทางวิทยาศาสตร์นั้น คนเรามีประสาทสัมผัสทั้ง 5 เอาไว้สังเกตและเรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไหนลองบอกอาจารย์สิว่า เธอเคยเห็นพระเจ้ารึเปล่า?

นักศึกษา : ไม่เคยครับ

ศาสตราจารย์: เธอเคยได้ยินเสียงของพระเจ้ารึเปล่า?

นักศึกษา : ก็ไม่เคยครับ

ศาสตราจารย์: เธอเคยสัมผัสพระเจ้า ลิ้มรสพระเจ้า ได้กลิ่นของพระเจ้ารึเปล่า? เคยมีประสาทสัมผัสใดๆ ของเธอรับรู้ถึงตัวตนของพระเจ้าบ้างมั้ย?

นักศึกษา : ไม่นะครับ ผมว่าผมไม่เคย

ศาสตราจารย์: แล้วเธอยังจะเชื่อในพระองค์ท่านอีกงั้นรึ?

นักศึกษา : ใช่

ศาสตราจารย์ : ตามหลักการสังเกต ขั้นตอนการทดลอง กระบวนการพิสูจน์ และวิทยาศาสตร์ ล้วนสรุปได้ว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริง แล้วทำไมเธอถึงยังพูดแบบนั้นล่ะ?

นักศึกษา : ไม่เลยครับ เพียงเพราะผมมีความเชื่อ

ศาสตราจารย์: ช่าย… ความเชื่อเนี่ยแหละที่เป็นตัวปัญหาของวิทยาศาสตร์

นักศึกษา : อาจารย์ครับ โลกนี้มีความร้อนอยู่มั้ย?

ศาสตราจารย์: มีสิ

นักศึกษา : แล้วโลกนี้มีความเย็นอยู่มั้ย?

ศาสตราจารย์: แน่นอน

นักศึกษา : ผิดครับ ความเย็นไม่มีอยู่จริง…..

(ห้องเรียนถึงกับเงียบสงัดเมื่ออาจารย์โดนนักศึกษาคนนี้ดักเข้าให้)

นักศึกษา : อาจารย์ครับ เราสามารถมีความร้อนเท่าใดก็ได้ ยิ่งร้อน โคตรร้อน ร้อนสุดๆ ร้อนจนสูญสลาย หรือจะมีความร้อนเล็กน้อย จนกระทั่งไม่มีความร้อนเลย แต่เราไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความเย็นอยู่ครับ เราสามารถสร้างสภาวะติดลบ 458 องศาฟาเรนไฮต์ที่ไร้ซึ่งความร้อนอยู่เลยได้ แต่เราไม่สามารถลบไปได้มากกว่านั้น ความเย็นไม่มีอยู่จริงครับ มันก็แค่คำที่เราใช้เรียกภาวะที่มีความร้อนน้อย เราไม่สามารถวัดค่าความเย็นได้ ความร้อนเป็นพลังงานครับ แต่ความเย็นไม่ใช่สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความร้อนหรอกครับ มันก็แค่การปราศจากความร้อนเท่านั้นเอง

(เสียงหมุดเล่มหนึ่งตกลงท่ามกลางความเงียบงันของห้องเรียนรวม)

นักศึกษา : แล้วความมืดล่ะครับอาจารย์? ความมืดมีอยู่จริงมั้ย?

ศาสตราจารย์: จริงสิ ถ้าไม่มีความมืด แล้วจะเกิดกลางคืนได้อย่างไร?

นักศึกษา : ผิดอีกครับ ความมืดก็คือภาวะที่ปราศจากบางสิ่งบางอย่าง เราสามารถหรี่แสง ทำแสงปกติ ทำแสงจ้า ทำแสงสว่างวาบ แต่ถ้าไม่มีแสงอยู่เลย ก็จะไม่มีสิ่งใด และเราก็เรียกมันว่าความมืดไม่ใช่เหรอครับ? ความมืดน่ะไม่มีอยู่ในความเป็นจริง เพราะหากมันมีอยู่จริงแล้ว เราก็ต้องสร้างภาวะที่มืดมิดขึ้นไปเรื่อยๆ ได้สิครับ?

ศาสตราจารย์: ประเด็นของเธอคืออะไรกันแน่?

นักศึกษา : อาจารย์ครับ ประเด็นของผมคือแนวคิดในสมมติฐานของอาจารย์บกพร่อง

ศาสตราจารย์: บกพร่อง? ไหนลองว่ามาสิ?

นักศึกษา : อาจารย์คิดอยู่บนแนวคิดคู่ขนาน อาจารย์อภิปรายว่าเมื่อมีชีวิตแล้วก็ย่อมมีความตาย มีพระเจ้าที่ดีและพระเจ้าที่ร้าย อาจารย์มีมโนคติสำหรับพระเจ้าในฐานะสิ่งที่มีขอบเขตจำกัดตายตัว สิ่งที่เราสามารถวัดได้ อาจารย์ครับ วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายความคิดได้ด้วยซ้ำ มันมีกระแสไฟฟ้าและอำนาจแม่เหล็ก แต่เราก็ไม่เคยเห็นมัน เราแทบไม่เข้าใจมันเลยด้วยซ้ำ การมองว่าความตายคือด้านตรงข้ามของการมีชีวิต ก็คือการมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าความตายไม่สามารถดำรงอยู่อย่างเป็นเอกเทศได้ครับ ความตายไม่ใช่ด้านตรงข้ามของการมีชีวิต ก็แค่ภาวะปราศจากชีวิตเท่านั้น ตอนนี้บอกผมหน่อยสิครับอาจารย์ คุณสอนพวกผมว่ามนุษย์วิวัฒนาการมาจากลิงใช่มั้ย?

ศาสตราจารย์: ถ้าเธอกำลังพูดถึงในแง่วิวัฒนาการตามธรรมชาติ มันก็ใช่แน่นอน ฉันสอนแบบนั้น

นักศึกษา : อาจารย์เคยเห็นวิวัฒนาการที่ว่านั้น กับตาตัวเองรึเปล่าครับ?

(ศาสตราจารย์ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาเริ่มรู้ตัวว่ากระแสการสนทนาจะไปในทิศทางใด)

นักศึกษา : ทั้งที่ไม่มีใครเคยเห็นขั้นตอนการวิวัฒนาการ และพิสูจน์ไม่ได้ด้วยซ้ำว่าขั้นตอนเหล่านี้มันยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ หรือไม่ แล้วอาจารย์จะไม่สอนแนวคิดของอาจารย์หน่อยเหรอครับ? ที่จริงแล้วอาจารย์ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นนักบวชรึเปล่า?

(เสียงโห่ร้องระทึกขึ้นมากลางชั้นเรียนทันที)

นักศึกษา : ในห้องนี้มีใครเคยเห็นสมองของอาจารย์บ้างครับ?

(ทุกคนในห้องพากันหัวเราะขบขัน )

นักศึกษา : มีใครเคยได้ยินเสียงสมองของอาจารย์บ้าง มีใครเคยเห็น สัมผัส หรือได้กลิ่นมันบ้าง? ดูเหมือนว่าไม่มีใครเคยเห็นนะครับ ดังนั้นถ้าว่ากันตามหลักการสังเกต ขั้นตอนการทดลอง กระบวนการพิสูจน์ และวิทยาศาสตร์ ก็แปลว่าอาจารย์ไม่มีสมองครับ ดังนั้นแล้วด้วยความเคารพครับ เราจะเชื่อในสิ่งที่อาจารย์สอนได้อย่างไร?

(ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรียนอีกครั้ง แล้วอาจารย์ก็จ้องมองไปยังนักศึกษาคนนั้น ด้วยสีหน้าที่ไม่อาจเข้าใจความนึกคิดได้)

ศาสตราจารย์: อาจารย์ว่า ก็คงต้องทำให้พวกเขาเชื่อถือให้ได้ล่ะ

นักศึกษา : ใช่แล้วครับ…. ถูกต้องแล้ว! สิ่งที่เชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า ก็คือความเชื่อ และนั่นก็สิ่งที่ทำให้ทุกชีวิต ดำเนินต่อไปได้

 

……………………………………………

ขอบคุณที่มาจาก : คณุตม์ บุญเรืองขาว

3 comments

  • Hello, guest
  • Logout
  • Login

    Or use one of these social networks

Contact us

We're not around right now. But you can send us an email and we'll get back to you, asap.

Questions, issues or concerns? I'd love to help you!

Click ENTER to chat