islamcare เราแคร์คุณด้วยอิสลาม,สนใจอิสลาม,ต่างศาสนิก,มุสลิมใหม่, | สนใจอิสลาม มุสลิมใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ความจริงที่ต้องรู้

ทำอย่างไรให้ภรรยาของคุณมีความสุข

บทสรุปจากหนังสือ “ทำอย่างไรให้ภรรยาของคุณมีความสุข” โดยเซคโมฮำหมัด อับดุลฮาลีม ฮาหมัด

หลังจากกลับมาจากการทำงาน, โรงเรียน, การเดินทางหรืออะไรก็ตามสิ่งที่คุณต้องทำคือ:
– เริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ ทุกครั้งที่เจอกัน
– เริ่มต้นด้วยการกล่าว อัสลามูอาลัยกุม และรอยยิ้มที่สวยงาม
– การให้สลามถือว่าเป็นสุนนะฮฺ และเป็นการดุอาให้เธอเช่นกัน
– จับมือของเธอและค่อยบอกเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายหลัง

ถ้อยคำ วาจา คำพูดที่อ่อนหวาน และมีเสน่ห์ :
– เลือกคำพูดที่เป็นบวกและพยายามหลีกเลี่ยงคำพูดในเชิงลบ
– ดึงดูดให้เขาสนใจในเรื่องราวที่คุณพูดในขณะที่เธอกำลังพูดเช่นกัน
– พูดให้ชัดเจนและในกรณีที่มีคำไหนทีเธอไม่เข้าใจก็พยายามพูดจนกว่าเขาจะเข้าใจ
– โทรหาเธอด้วยการเรียกชื่อหวานๆในแบบที่เธอชอบ เช่น ที่รัก ฯลฯ

เป็นมิตร และ มีการพักผ่อนหย่อนใจ :
– ใช้เวลาในการพูดคุยกัน
– กระจายข่าวเกี่ยวกับสินค้าหรือเครื่องใช้ของเธอ
– จดจำเรื่องราวที่ดีระหว่างคุณกับเขา

เกมส์หรือเครื่องล่อใจ :
– เดินเล่นไปรอบๆ และมีอารมณ์ขบขัน
– มีการเล่นและแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมอื่นๆ
– พาเธอออกไปพบปะสร้างสรรค์ หรือเดินห้าง
– หลีกเลี่ยงสิ่งต้องห้าม (Haram) สิ่งที่คลุมเครือเกี่ยวกับความบันเทิง

การช่วยเหลือในการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน :
– ทำในสิ่งที่คุณสามารถ / ต้องการจะช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เธอมีอาการป่วยหรือเหนื่อย
– สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การทำให้เขาเห็นได้ชัดว่าคุณชื่นชมการทำงานหนักของเธอเสมอ

ให้คำปรึกษา :
– โดยเฉพาะในเรื่องครอบครัว
– ให้เธอรู้สึกว่าเธอสำคัญสำหรับคุณ
– ศึกษาความคิดของเธออย่างระมัดระวัง
– เต็มใจที่จะเปลี่ยนความคิดเห็นที่เธอคิดว่าดีกว่า
– ขอบคุณเธอสำหรับการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

เยี่ยมชมสิ่งอื่น ๆ :
– เลือกคนดีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ เป็นรางวัลที่ดีในการเยี่ยมญาติ
– และผู้คนเคร่งศาสนาเป็นและในขณะเดียวกันนั้นไม่รู้สึกเสียเวลา
– ให้ความสำคัญถึงมารยาทในการเยี่ยมเยียนในอิสลาม
– ไม่บังคับให้เธอไปเยี่ยมคนในขณะที่เธอไม่สะดวก

ระหว่างการเดินทาง :
– มีการอำลาที่แสนอบอุ่นและคำแนะนำที่ดีในระหว่างที่คุณไม่อยู่
– ให้เธอหมั่นดุอาให้กับคุณ
– ถามญาติๆและเพื่อน ๆ ในการดูแลคนในครอบครัวในกรณีที่ไม่มีของคุณ
– ให้เงินในจำนวนที่เพียงพอในสิ่งที่จำเป็นสำหรับเธอ
– พยายามติดต่อกับเธอไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์, อีเมล, จดหมาย, ฯลฯ
– กลับไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
– มีของขวัญหรือของฝากให้เธอ
– หลีกเลี่ยงการกลับมาในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดหรือในเวลากลางคืน
– พาเธอไปกับคุณถ้าเป็นไปได้

ช่วยเหลือทางการเงิน :
– สามีจะต้องใจกว้างในความสามารถทางการเงินของเขา เขาไม่ควร
– จะเป็นคนขี้เหนียวกับเงินของเขา (หรือสิ้นเปลือง)
– คุณได้รับทุกสิ่งทุกอย่างในการดำรงชีวิตกับเธอ แม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆก็ตาม
– คุณต้องมีการให้หรือสนับสนุนให้มากก่อนที่เขาจะมาถามคุณ
– การช่วยเหลือในการงานของอัลลอฮฺ
– ปลุกเธอขึ้นในช่วงสุดท้ายของคืนเพื่อทำการละหมาดกียามุลลัยน์
– สอนให้เธอได้เรียนรู้อัลกุรอานและศึกษาความหมาย
– ให้เธอได้รำลึกถึงอัลลอฮฺ (การซิกิรฺ) ในช่วงเช้าและเย็น
– สนับสนุนให้เธอใช้จ่ายเงินที่เป็นประโยชน์ต่ออัลลอฮฺมากที่สุด เช่น การบริจาค
– พาเธอไปฮัจญ์และอุมเราะห์เมื่อคุณมีความสามารถ

การแสดงความเคารพสำหรับครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเธอ :
– พาเธอไปเยี่ยมครอบครัวและญาติของเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ของเธอ
– เชิญชวนครอบครัวของเธอไปเยี่ยมเธอ
– นำเสนอ(แนะนำ)ครอบครัวของเธอในโอกาสพิเศษ
– ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนางเมื่อมีความจำเป็นเกี่ยวกับทางการเงิน  ฯลฯ
– เก็บความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวของเธอถ้าเธอเสียชีวิตของคุณ

อบรมและตักเตือนในทางด้านอิสลาม รวมถึง :
– พื้นฐานของศาสนาอิสลาม
– หน้าที่และสิทธิของเธอ
– การอ่านและการเขียน
– ส่งเสริมให้เธอที่จะเข้าโครงการบรรยายและฮาลาเกาะฮฺ
– กฎอิสลาม ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิง
– ซื้อหนังสืออิสลามและเทปสำหรับห้องสมุดบ้าน

ความหึงหวงที่น่าชื่นชม :
– ตรวจสอบการสวมใส่ฮิญาบที่เหมาะสมของเธอก่อนออกจากบ้าน
– ขอบเขตในการอยู่ร่วมกันกับผู้ชายที่ไม่ได้เป็นมะฮฺรอม
– หลีกเลี่ยงความหึงหวงเกิน ตัวอย่างของเรื่องนี้คือ:
1- การวิเคราะห์ทุกคำพูดและประโยคที่เธอพูด ด้วยความหมายที่เธอไม่ได้หมายถึง
2- ป้องกันไม่ให้เธอออกจากบ้านเพียงแค่เหตุผลเล็กๆ
3- บังคับไม่ให้เธอตอบรับโทรศัพท์

ให้อภัยและมีการตำหนิที่เหมาะสม :
– ยกโทษให้กับผิดพลาดที่เขาทำกับคุณ  แต่เป็นการคิดบัญชีระหว่างเธอกับอัลลอฮฺ  เช่น การละหมาดช้า ฯลฯ
– เมื่อไรก็ตามที่เธอทำผิดพลาด พยายามจดจำเรื่องราวที่ดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างคุณสองคน
– จดจำไว้เสมอว่า มนุษย์ทุกย่อมมีความผิดพลาด เธอจึงจำเป็นที่จะหาข้องแก้ตัวสำหรับเธอ เช่น บางทีเธออาจจะเหนื่อย เศร้า มีรอบเดือน
– หลีกเลี่ยงการโจมตีสำหรับการปรุงอาหารที่ไม่ดีของเธอ ดังเช่นที่ศาสดามูฮัมมัด(ซ.ล) ไม่เคยตำหนิใด ๆ ภรรยาของเขาเลย ถ้าท่านชอบท่านก็จะกินและถ้าท่านไม่ชอบท่านก็จะไม่กินและจะไม่แสดงความคิดเห็น
– ก่อนที่จะพูดถึงความผิดพลาดของเธอ ให้ลองวิธีทางอ้อมอื่น ๆ ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าการกล่าวหาโดยตรง
– หลีกเลี่ยงการด่าและคำพูดที่อาจทำร้ายความรู้สึกของเธอ
– มีความเป็นส่วนตัวระหว่างคุณสองคน เมื่อมีปัญหาสำคัญที่จะต้องปรึกษาหารือกัน
– รอจนกว่าความโกรธจะลดลงสิ่งนี้สามารถช่วยให้คุณควบคุมคำพูดของคุณได้

สุดท้ายขอดุอาจากเอกองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ) โปรดทรงประทานสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงแก่ผู้เขียน ผู้แปล ตลอดจนท่านผู้อ่าน หวังว่าบทความที่แปลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านทุกคน  และหากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วย

 

แปลโดย KhaliLul Rohman

http://en.islamway.net/article/8089/how-to-make-your-wife-happy

การเปิดเผยอันลึกลับของฮิญาบ

แนวความคิดของความอ่อนน้อมและฮิญาบในอิสลามนั้น คลอบคลุมทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเป้าหมายสูงสุดของสิ่งดังกล่าวคือการรักษาเสถียรภาพทางสังคมและความพึงพอพระทัยของพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ) ดังที่พระองค์อัลลอฮฺกล่าวไว้ว่า

“และจงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมินะฮ์ ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศีรษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอเว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายของสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอเพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮ์เถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ” ซูเราะอันนูร อายะฮฺที่ 31

“โอ้นบีเอ๋ย ! จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่น เป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตาเสมอ” ซูเราะฮฺอัลอะฮฺซาบ อายะฮฺที่ 59

ทุกวันนี้สตรีมุสลิมชาวอเมริกันกำลังค้นพบอิสลามที่พระองค์อัลลอฮฺเคยเปิดเผยให้ท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลฯ) เมื่อ 1,400 ปีที่แล้ว โดยปราศจากข้อขัดแย้งของวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษ ดังนั้น พวกนางกำลังต่อสู้กับการใช้ชีวิตเพื่อหาคำตอบว่าอะไรคือความหมายของการเป็นมนุษย์ มุสลิมและมุสลิมะฮฺ

การสวมใส่ฮิญาบเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งกายที่ต้องสวมใส่ในทุกๆวันตามคำสั่งใช้ของพระองค์อัลลอฮฺ เป็นหนึ่งในก้าวแรกของการค้นพบสิ่งต่างๆ ในสังคมที่ไร้ยางอาย การเปิดเผยรูปร่างต่อที่สาธารณะชนหรือการเปลือยกายเป็นการแสดงเครื่องหมายเสรีภาพของผู้หญิง ซึ่งทำให้ความอยากในตัณหาของผู้ชายสมหวังโดยที่ปราศจากการควบคุมอารมณ์ สิ่งนี้เป็นส่วนเล็กๆที่ทำให้สตรีมุสลีมะฮฺตัดสินใจสวมใส่ฮิญาบ

อย่างไรก็ตามการพูดคุยเรื่องอิสลามและมุสลิมถูกเพิ่มเติมด้วยกับสื่อและการขยายตัวทางความคิดของชาวอเมริกันที่ได้รับอิทธิผลจากสื่อ สตรีที่สวมใส่ผ้าคลุมถูกตีตราว่าไม่ยุติธรรม มุมหนึ่งพวกนางถูกมองว่าเป็นคนที่ถูกกดขี่ อีกมุมหนึ่งก็ถูกมองว่าเป็นพวกคลั่งไคล้ศาสนา การพรรณนาทั้งสองถือว่าผิดและคลุมเครืออย่างน่ารังเกียจ การพรรณนาดังกล่าวไม่เพียงต่อความความรู้สึกของสตรีเกี่ยวกับฮิญาบผิดๆเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความกล้าและอัตลักษณ์ของพวกนางต่อการสวมใส่ฮิญาบอีกด้วย ระหว่างแนวความคิดผิดๆนั้น มีความเชื่อว่าสตรีมุสลิมที่สวมใส่ฮิญาบถูกบังคับให้กระทำอีกด้วย ในความเป็นจริง การสวมใส่ฮิญาบนั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะตัดสินใจ ที่มาจากการเห็นคุณค่าของสติปัญญาที่อยู่ภายใต้คำสั่งใช้ของพระองค์อัลลอฮฺและความปรารถนาที่บริสุทธิใจเพื่อให้พระองค์อัลลอฮฺพึงพอใจแก่พวกนาง

นางโมญา กาฮฟฺ ผู้ช่วยศาสตราจารย์หลักสูตรภาษาอังกฤษและตะวันออกกลางศึกษา มหาวิทยาลัยอาร์กันซาซฺ กล่าวเกี่ยวกับฮิญาบว่า “ฉันศรัทธาว่าการสวมใส่ฮิญาบเป็นการกระทำที่ทำให้พระองค์อัลลอฮฺพึงพอใจ ถึงแม้ว่าฉันอาจจะไม่สวมใส่ฮิญาบก็ตาม ฉันเชื่อว่ามีบางสิ่งที่สวยงามและมีเกียรติอยู่ลึกๆในฮิญาบ ฮิญาบได้นำความสวยงามและความสุขที่มีขอบเขตแก่ชีวิตฉัน ซึ่งทำให้ฉันประหลาดใจอยู่ตลอด”

“สำหรับฉันแล้ว ฮิญาบเป็นของขวัญจากพระองค์อัลลอฮฺ มันให้โอกาสฉันได้ใกล้ชิดกับพระองค์อัลลอฮฺมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ มันทำให้ฉันยืนหยัดและสำนึกอยู่ตลอดว่าฉันเป็นมุสลิม” ฟารีฮา คาน เด็กสาววัย 18 ปี จากเมืองร็อกวิวล์ มลรัฐแมรี่แลนด์ กล่าวเกี่ยวกับฮิญาบ

อย่างไรก็ตาม การยอมรับเรื่องฮิญาบกลายเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวง โดยฮิญาบเป็นเสมือนตัวแทนของอิลามและมุสลิม ที่ไหนก็แล้วแต่ที่สตรีมุสลิมที่ใส่ฮิญาบปรากฏตัวขึ้น ทั้งมุสลิมและไมใช่มุสลิมจะยอมรับว่าพวกนางว่าเป็นผู้ที่เดินตามแนวทางของศาสนาอิสลาม และที่ไหนก็แล้วแต่ที่มีการให้ข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับอิสลามและมุสลิมอย่างมากมาย นี้เป็นโอกาสสำหรับสตรีมุสลิมที่จะแสดงและบอกเล่าเกี่ยวกับอิสลามว่าเป็นแสงสว่างที่เที่ยงตรง

แต่ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ต่อฮิญาบคือ ความเข้าใจว่าฮิญาบมีมากกว่าผ้าคลุมผืนหนึ่งที่มีความถ่อมตัวรวมอยู่ในนั้น ระบบศีลธรรมภายในให้ความหมายต่อผ้าคลุมผมภายนอก สิ่งนี้สามารถรับรู้จากลักษณะภายนอกทั้งหมดของสตรีมุสลิมว่าการแสดงออกของพวกนางเป็นเช่นไร เครื่องแต่งกาย การพูดจา และอื่นๆของพวกนาง ความถ่อมตัวจะแสดงออกมาจากฮิญาบภายนอกที่ซึ่งสตรีมุสลิมสามารถแสดงออกความเป็นมุสลิม ที่มีแบบฉบับมาจากท่านรอซูล (ศ็อลฯ) และบรรดาเศาะฮาบะฮฺ (สาวกท่านรอซูล)

นางโมญา กาฮฟฺ ได้กล่าวต่ออีกว่า “ฮิญาบเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของผืนผ้าในระดับหนึ่งเท่านั้น ฉันไม่คิดว่าเราควรเอาฮิญาบเป็นเครื่องหมายอย่างเดียวเกี่ยวกับคุณค่าทางศิลธรรมหรือระดับความศรัทธาของบรรสตรีมุสลิม ฮิญาบเป็นแค่บริบทแวดล้อมที่มีมารยาท ศิลธรรม ที่จะทำอะไรก็ได้ให้เกิดขึ้น”

ซาบา บัยญฺ อายุ 21 ปี เพิ่งจบการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรัทเยอร์ส เมืองนิวบรันส์วิกส์ มลรัฐนิวเจอร์ซี เมื่อตอนที่เธอมีอายุ 17 ปี เธอเริ่มสวมใส่ฮิญาบเป็นเรื่องเป็นราวและมีความรู้สึกว่า เธอเพิ่งจะเริ่มอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ฮิญาบภายใน (คือจิตใจ) เธอกล่าวว่า “ความเข้าใจของฉันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดว่า ฮิญาบไม่ใช้เพียงแค่เป็นเครื่องปกปิดศีรษะเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ปกป้องหัวใจของฉันด้วย ฮิญาบเป็นมากกว่าสิ่งที่ปกปิดภายนอก (เป็นเรื่องง่ายมากที่จะคลุมฮิญาบ) แต่มีสิ่งที่ต้องทำหลังจากใส่ฮิญาบแล้วนั้นก็คือ ความอ่อนน้อมและแนวทางการแสดงออกบุกคลิกภายนอกของตัวคุณ”

ฟารีฮา คานได้กล่าวต่ออีกว่า “ในชีวิตนี้ฉันไม่คิดว่ามีอะไรที่ดีไปกว่าการเป็นมุสลิมอีกแล้ว การสวมใส่ฮิญาบมีความสำคัญและเตือนใจฉันในการดำรงชีวิตเป็นมุสลิม ฮิญาบมีความสำคัญต่อฉันมาก และมันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉันเมื่อได้สวมใส่มัน

มีสตรีมุสลิมนามว่า อีมาน เป็นคนหนึ่งที่หันมานับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนที่ประเทศออสเตรเลียกล่าวกับเราว่“แต่สิ่งที่น่าเสียดายอีกประการหนึ่งคือ ฮิญาบมีด้านลบ เมื่อคุณสวมใส่มันแล้ว คุณจะถูกแบ่งแยกเชื้อชาติ และจะถูกปฏิบัติเหมือนกับว่าคุณกำลังถูกกดขี่ ฉันสวมใส่ฮิญาบเพื่อพระองค์อัลลอฮฺและฉันตั้งใจที่จะสวมใส่ฮิญาบจริงๆ”

และมีการให้ความหมายของคำว่า “ฮิญาบ” จากสังคมทั่วไปต่ออีกว่า นางโมญา กาฮฟฺได้อธิบายว่า “บริบทแวดล้อมสามารถทำให้ฮิญาบถูกกดขี่ ตัวอย่างเช่น จากการเฝ้าดูสตรีที่สวมใส่ฮิญาบประกฎตัวตามสถานที่ต่างๆในสังคม ได้แก่ การศึกษา มัสยิด แหล่งที่เกี่ยวกับศาสนาและทางนำทางจิตใจ ความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจ เป็นต้น ฮิญาบพัฒนาระดับการกดขี่ หรือเมื่อตอนที่ฮิญาบถูกกำหนดอย่างจริงจังผ่านการอนุมัติการลงโทษมากกว่าการส่งเสริม การบิดเบือนนี้ซ่อนอยู่ในความสวยงามของฮิญาบและกลายมาเป็นบางสิ่งที่น่าเกลียด ฉันศรัทธาว่าการสวมใส่ฮิญาบเป็นการกระทำที่ทำให้พระองค์อัลลอฮฺพึงพอใจ ถึงแม้ว่าฉันอาจจะไม่สวมใส่ฮิญาบก็ตาม ฉันเชื่อว่ามีบางสิ่งที่สวยงามและมีเกียรติอยู่ลึกๆที่เกี่ยวกับฮิญาบ มันได้นำความสวยงามและความสุขที่มีขอบเขตแก่ชีวิตฉัน ซึ่งทำให้ฉันประหลาดใจอยู่ตลอด”

นางโมญา กาฮฟฺได้สรุปเกี่ยวกับฮิญาบว่า “ในขณะเดียวกันนั้นบริบทแวดล้อมทำให้ฮิญาบเป็นอิสระ เหมือนอย่างเรามักจะมีประสบการณ์นี้จากที่เราอาศัยในประเทศอเมริกา สำหรับสตรีอย่างเราในสังคมที่กำหนดระดับการเปลือยของผู้หญิง ซึ่งการสวมใส่ฮิญาบเป็นประสบการณ์อิสระจากมัน สำหรับเราแล้วฮิญาบไม่ได้มีความหมายแค่เป็นระบบที่ไม่ยุติธรรมทางความคิด พวกเรามีประสบการณ์การยอมรับทางสังคมในการสวมใส่ฮิญาบ และประสบการณ์เหล่านี้ถูกลบเลือนไป มากกว่าประสบการณ์ที่ถูกบังคับให้สวมใส่ฮิญาบ”

สำหรับสตรีมุสลิมที่สวมใส่ฮิญาบเป็นสิ่งที่เตือนความจำที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งไม่เหมือนกับสตรีอื่นๆ สตรีมุสลิมไม่ต้องกำหนดชีวิตและร่างกายเพื่อผู้ชายแปลกหน้า ซาบา บัยญฺกล่าวด้วยกับน้ำตาว่า “ก่อนที่ฉันจะใส่ผ้าคลุม ฉันคิดเกี่ยวกับตัวของฉันที่ตั้งอยู่บนความคิดของคนอื่นเสมอ ฉันเห็นสิ่งนั้นมามากในตัวเด็กผู้หญิงอื่นๆที่ว่าความสุขของพวกเขาขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นมองพวกเขาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้ชาย หลังจากนั้นความคิดของฉันก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ฉันได้รับความเคารพในตัวฉันเอง ฉันก็รู้ความจริงว่าคนอื่นจะคิดเกี่ยวกับตัวฉันสวยหรือไม่นั้นไม่สำคัญเลย ฉันคิดกับตัวเองว่าความสวยนั้นเป็นเช่นไร จนกระทั่งฉันรู้ว่าอัลลอฮฺทำให้ฉันสวยงามและทำให้ความรู้สึกที่สวยงามยิ่งขึ้น (การเข้าหาอัลลอฮฺทำให้ชีวิตสวยงามขึ้น)”

นอกจากนี้เสื้อผ้าที่เรียบร้อยและฮิญาบคือการหักห้ามไม่ให้ความรุนแรงในสังคมเกิดขึ้น (การละเมิดสิทธิทางร่างกายของสตรี) ซึ่งมันตรงกันข้ามกับความเชื่อทั่วๆไป ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงสตรีเท่านั้นที่มีขอบเขตเรื่องนี้ ก่อนที่จะมีอายะฮฺในอัลกุรอานที่ให้ผู้หญิงลดสายตาลงต่ำนั้นมีอายะฮฺก่อนหน้านี้ว่

“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุอฺมิน (บรรดาชายผู้ศรัทธา) ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาทวารของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ”

ซูเราะอันนูร อายะฮฺที่ 30

นอกจากนั้นมีรายงาจากท่านซาห์ล อิบนุ ซาอัด ขอความเมตตาตประสบแด่ท่าน ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “ใครสามารถรักษาสองสิ่งที่อยู่ระหว่างขากรรไกร (ลิ้น) และระหว่างสองขา (อวัยะเพศ) ของเขาได้ (จากความชั่ว) ฉัน (ท่านนบี) จะรับประกันสวรรค์ให้แก่เขา

บันทึกโดยท่านอีมามบุคอรี

ฮิญาบไม่ใช่เป็นอาภรณ์สำหรับผู้ชาย ที่ต้องรักษาอารมณ์ใฝ่ต่ำให้อยู่ในการตรวจตรา แต่ในตรงกันข้ามบรรดาสตรีมุสลิมต่างหากที่ต้องสวมใส่ฮิญาบเพื่อพระองค์อัลลอฮฺและเพื่อตัวของนางเอง ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาสายกลาง ที่มีความสมดุลระหว่างความสุดโต่ง อย่างไรก็ตามศาสนาอิสลามไม่ได้คาดหวังให้สตรีเท่านั้นที่ต้องสนับสนุนให้สังคมมีศิลธรรมและพฤติกรรมที่ดีปรากฏขึ้น ในตรงกันข้ามศาสนาอิสลามได้สั่งใช้ให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงร่วมกันสร้างบรรยากาศสังคมที่ดี เป็นสถานที่ที่เด็กที่โตขึ้นมาในสังคมที่ดี สวยงาม มีโครงสร้าง แนวทาง และคุณค่าทางปฏิบัติ สำหรับผู้ชายนั้นถูกเรียกร้องให้มีความถ่อมตัวและประพฤติตัวเองให้มีความรับผิดชอบในทุกๆกิจการในชีวิตประจำวัน ในความเป็นจริงแล้ว ในสังคมปัจจุบัน ความพอเพียงของความสำคัญนี้ไม่สามารถแทนที่ความต้องของผู้ชายได้ในการที่จะลดสายตาลงต่ำ เหมือนตัวอย่างที่ชายคนหนึ่งได้กล่าวกับเราว่า “ลองคิดดูสิว่า จะมีอะไรที่เสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบร้อยแต่ไม่คลุมผม หรือผู้ชายที่มองพวกนางทั้งบนถนนและในรั้วมหาวิทยาลัย ฉันไม่สามารถระบุจำนวนนี้ได้ลองคาดเดาดูสิ

ศาสนาอิสลามได้สั่งใช้ให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงร่วมกันสร้างบรรยากาศสังคมที่ดี เป็นสถานที่ที่เด็กที่โตขึ้นมาในสังคมที่ดี สวยงาม มีโครงสร้าง แนวทาง และคุณค่าทางปฏิบัติ ตามรายงานจากท่านญาบิรฺ อิบนุ อัลดุลลอฮฺ เมื่อที่ท่านได้ถามท่านรอซูล (ศ็อลฯ) ถึงชายคนหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ จะมองสตรีแปลกหน้า ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) ตอบว่า “จงละสายตาไปทางอื่น (ห้ามมองสตรีนางนั้น)” บันทึกโดยอีมามมุสลิม และมีอีกสายรายงานหนึ่งว่า ท่านนบี (ศ็อลฯ) ได้ตำหนิท่านนอาลีที่มองสตรีนางหนึ่งเป็นครั้งที่สอง และท่านนบี (ศ็อลฯ) ได้กล่าวต่อท่านอาลีว่า “การชำเลืองมองครั้งที่สองนั้นมาจากซัยฏอน (ปีศาจ)”

แนวความคิดของความอ่อนน้อมและฮิญาบในอิสลามนั้น คลอบคลุมทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยเป้าหมายสูงสุดของสิ่งดังกล่าวคือการรักษาเสถียรภาพทางสังคมและความพึงพอพระทัยของพระองค์อัลลอฮฺ เนื่องจากรูปร่างของสตรีมุสลิมนี้เองที่ต้องทำให้พวกนางสมควรที่จะต้องปกปิดร่างกาย เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ง่ายต่อผู้คนที่จะมามีความสัมพันธ์กับพวกนางในภาพลักษณะที่ผิดๆ เหมือนที่พวกเขาเห็นจากสิ่งพิมพ์และสื่อที่ออกอากาศ สตรีมุสลิมที่แต่งตัวดูลึกลับ (ใส่ผ้าคลุม) จะยังคงมีต่อไป ถึงแม้ผู้คนจะไม่ค่อยคุ้นเคยเมื่อเห็นพวกนางก็ตาม ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเห็นมุสลิม จงหยุดและพุดคุยกับพวกเขาทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เมื่อทำเช่นนั้นแล้วพวกคุณจะสัมผัสพระประสงค์ของพระองค์อัลลอฮฺ เมื่อคุณเดินในโลกที่แตกต่างนี้ คุณจะเจอกับโลกของอิสลามที่เต็มไปด้วยความถ่อมตน ความสวยงาม และความสุภาพอ่อนน้อม

แปลโดย Muhammad-ikhwaan Drahing

จากลิ้ง http://en.islamway.net/article/20929/the-hijab-unveiling-a-mystery

ปกปิดร่างกาย ไม่ใช่เพียงเส้นผม

อัสลามูอาลัยกุมวาเราะฮฺมาตุลลอฮฺวาบารอกาตุฮฺ
เพื่อนมุสลิมที่รักของฉัน  อัลอลอฮฺผู้เป็นพระเจ้าได้กล่าวว่า …

يَا أَيُّهَا النَّبِيُّ قُل لِّأَزْوَاجِكَ وَبَنَاتِكَ وَنِسَاءِ الْمُؤْمِنِينَ يُدْنِينَ عَلَيْهِنَّ مِن جَلَابِيبِهِنَّ ۚ ذَٰلِكَ أَدْنَىٰ أَن يُعْرَ‌فْنَ فَلَا يُؤْذَيْنَ ۗ وَكَانَ اللَّـهُ غَفُورً‌ا رَّ‌حِيمًا

โอ้ นบีเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกเขาดึงผ้าคลุมของนางลงมาปิดตัวของพวกนาง นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตา (33:59)
อ่านเพิ่มเติม

ทำไมถึงเลือกอิสลาม

ฉันได้รับการเลี้ยงดูในบ้านที่สวดมนต์กันทุกคืนและเช้า ฉันไม่ได้ถูกบังคับให้สวดมนต์แต่ฉันสวดมนต์จากหัวใจ ฉันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จัดขึ้น  เมื่อเข้าวัยหนุ่มฉันได้เป็นผู้สอนศาสนา(มิชชั่นนารี) อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 30 โลกในยุคแห่งความวุ่นวาย

สังคมโลกทุกวันนี้มีปัญหาต่างๆ มากมายที่คุกคามความสงบสุขในการใช้ชีวิตของมนุษย์ และดูเหมือนว่ายิ่งนานวันความวุ่นวายของปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะยิ่งเพิ่มขึ้น อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 29 อย่าตายเว้นแต่เป็นมุสลิม

มนุษย์ทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ ย่อมมีอายุจํากัด ทุกๆ คนนั้น ต่างก็รอความตายที่จะมาหาพวกเขา เพราะความตายนั้นเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น อ่านเพิ่มเติม

สนใจอิสลาม มุสลิมใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ความจริงที่ต้องรู้

Contact us

We're not around right now. But you can send us an email and we'll get back to you, asap.

Questions, issues or concerns? I'd love to help you!

Click ENTER to chat